ติดต่อ 0877169909 หรือ      

Centuria Calcium Total 60เม็ด

Centuria Calcium Total 60เม็ด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เซนจูเรีย แคลเซียม โททอล ชนิดเม็ด

(นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา)

อย.73-1-32023-1-0038

แคลเซียม

เป็น องค์ประกอบสำคัญของกระดูกและฟัน  ร่างกายจะมีการดูดซึมแคลเซียมเพื่อใช้ตามความจำเป็นแบบวันต่อวัน  ซึ่งส่วนใหญ่จะดูดซึมไปยังกระดูกและฟันโดยตรง  เพื่อการเสริมสร้างและคงความแข็งแรงของกระดูกและฟันอีกส่วนจะดูดซึมไปใช้ ประโยชน์ทั่วร่างกาย เช่น การแข็งตัวของเลือด  การหดรัดของกล้ามเนื้อ  การส่งความรู้สึกไปตามเส้นประสาทต่างๆ การเก็บกักและการปล่อยฮอร์โมน  ทั้งยังทำให้หัวใจเต้นเป็นปกติ  และช่วยรักษาระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายรวมถึงกระบวนการ  การทำงานของอวัยวะอื่นๆ ที่สำคัญอีกมากมาย

เราต้องการแคลเซียมแค่ไหนต่อวัน ?


กลุ่มบุคคลทั้งเพศชายและหญิง                 ปริมาณแคลเซียมที่เพียงพอต่อวัน

วัยทารก ( 0-12 เดือน )                                          210- 270    มิลลิกรัม

วัยเด็ก - วัยรุ่น ( 1- 25 ปี )                                     800- 1,000  มิลลิกรัม

วัยทำงาน ( 26- 50 ปี )                                          1,200           มิลลิกรัม

วัยสูงอายุ ( 51 ปีขึ้นไป )                                       1,500           มิลลิกรัม

สตรีมีครรภ์/ สตรีให้นมบุตร                                  1,500- 2,000  มิลลิกรัม

ผู้ป่วยกระดูกหัก                                                     1,500           มิลลิกรัม

การดูดซึมและการสะสมแคลเซียมของร่างกาย

การ ทานแคลเซียมแต่ละครั้ง  ร่างกายดูดซึมไว้ได้เพียง 20- 40%  จากปริมาณที่ทานเข้าไป  ซึ่งประสิทธิภาพในการดูดซึม เกี่ยวพันกับการสะสมแคลเซียมโดยตรง  จากการศึกษาพบว่าการสะสมแคลเซียมเริ่มตั้งแต่เป็นทารกในครรภ์มารดาและจะลดลง ไปตามวัยที่เพิ่มมากขึ้น  ซึ่งพบว่าหลังจากอายุ 30 ปี ร่างกายจะไม่สามารถสะสมแคลเซียมในกระดูกได้อีกต่อไป

ปัจจัยที่มีผลต่อการดูดซึมแคลเซียม

1. อายุ / เพศ  อายุเพิ่มมากขึ้น  ประสิทธิภาพการดูดซึมแคลเซียมจะยิ่งลดลง
และเพศชายมีการดูดซึมแคลเซียมได้มากกว่าเพศหญิง

2.  องค์ประกอบอื่นๆ ในอาหาร  สารบางชนิดในผัก เช่น ใยอาหาร ,ไฟเตตหรือฟอสฟอรัส ที่มากเกินไปในร่างกาย  ทำให้มีการจับตัวกับแคลเซียมเป็นสารประกอบโมเลกุลใหญ่ ที่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมไปใช้ได้

3.  การใช้ยาบางชนิด  เช่น ยาลดกรดที่มีอะลูมิเนียมหรือยาปฏิชีวนะบางชนิดแคลเซียมกับวิตามินและแร่ธาตุ

-  แมกนีเซียม

แคลเซียม และแมกนีเซียม ต้องทำหน้าที่ร่วมกันอย่างแยกจากกันไม่ได้แมกนีเซียมจะช่วยในเรื่องของการ ดูดซึมแคลเซียม  เพื่อการสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูก

-  วิตามินดี

เป็น ตัวช่วยในการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย โดยการเร่งระบบการขนส่งแคลเซียมให้เคลื่อนผ่านผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด  หากปริมาณแคลเซียมในเลือดต่ำ วิตามินดี จะเข้าไปทำปฏิกิริยาที่ไต เพื่อทำให้ปริมาณแคลเซียมที่มีอยู่ในร่างกายเพียงพอกับความต้องการ

-  วิตามิน ซี


เป็น ตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาำพในการดูดซึมแคลเซียม  เนื่องจากวิตามิน ซี มีสภาวะเป็นกรด ซึ่งเป็นสภาวะที่แคลเซียมดูดซึมได้ดี  การทานแคลเซียมร่วมกับวิตามิน ซี จึงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายให้ดียิ่งขึ้น

-  แมกนีเซียมและวิตามิน ดี


แมกนีเซียม จะช่วยสร้างวิตามิน ดี ในรูปแบบที่ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ เพื่อการเสริมสร้างความแข็งแรงและเพิ่มความหนาแน่นให้กับกระดูกและฟัน ถือเป็นการชะลอระยะเวลาในการเสื่อมของกระดูกและฟันได้โรคที่เกิดจากการขาด แึคลเซียม

-  โรคกระดูกพรุน   เมื่ออายุ  30 ปี  ความสามารถในการสะสมแคลเซียมจะหมดไป  ในขณะที่การสลายกระดูกเพิ่มขึ้นร้อยละ 6- 8  ทุกๆ 10 ปี  หากร่างกายได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอต่อวัน  ร่างกายจะดึงแคลเซียมที่อยู่ในกระดูกออกมาใช้  ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคกระดูกพรุน

-  ความดันโลหิตสูง   จากการศึกษาพบว่า แึคลเซียมช่วยให้กล้ามเนื้อบีบตัวได้ดี  ทำให้หัวใจและหลอดเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งจะส่งผลให้ความดันโลหิตลดลงได้

-  มะเร็งลำไส้ใหญ่  จากการศึกษาพบว่า ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มีแนวโน้มลดลงเมื่อรับประทาน แคลเซียม  เพราะแคลเซียมช่วยลดการรบกวนของน้ำดีและกรดไขมันในลำไส้  ซึ่งเป็นสาเหตุของการแบ่งเซลล์ที่ผิดปกติ อันเป็นผลสืบเนื่องให้เกิดโรคมะเร็ง

-  อาการปวดก่อนมีประจำเดือน  จากการศึกษาวิจัยโดยให้ผู้หญิงจำนวนหลายร้อยคนที่มีอาการปวดก่อนมีประจำ เดือน  รับประทานแคลเซียมขนาด 750 มก.ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 เม็ด  พบว่าอาการดังกล่าวลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน

ผู้ที่เสี่ยงต่อการขาดแคลเซียม

-  วัยทำงาน ( 26- 50 ปี )  เมื่ออายุ 30 ปี การสะสมแคลเซียมในกระดูกจะหมดไป  ขณะที่การสลายตัวของกระดูกกลับเพิ่มสูงขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะเพศหญิง ซึ่งพบว่าเริ่มเกิดปัญหาโรคกระดูกตั้งแต่อายุ 40 ซึ่งเร็วกว่าเพศชายถึง20 ปี  ส่วนหนึ่งมาจากการดูดซึมแึคลเซียมได้น้อยกว่าเพศชาย  ทำให้การสะสมแคลเซียมน้อยตามไปด้วย  เมื่อการสะสมแคลเซียมหมดไปแล้ว  แคลเซียมที่สะสมอยู่ในกระดูกจึงถูกดึงออกมาใช้ จนเกิดปัญหาโรคกระดูกสูงกว่า

เพศชาย

-  วัยสูงอายุ ( 51 ปีขึ้นไป )  เป็นวัยที่มีประสิทธิภาพการดูดซึมแคลเซียมต่ำทำให้มีการสูญเสียแคลเซียมออก จากกระดูก  โดยเฉพาะหญิงวัยหมดประจำเดือน  เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนและประสิทธิภาพในการสร้างวิตามิน ดี ลดลงบางรายอาจกระดูกหักได้ เพราะแบกรับน้ำหนักตัวไม่ไหว หรือที่ร้ายแรงก็คือผลเสียที่เกิดกับกระดูกสันหลัง  กระดูกต้นขาและแขน โดยโรคดังกล่าวจะไม่แสดงอาการใดๆ ให้ทราบเลยจนกว่าจะมีอาการกระดูกหัก

-  สตรีมีครรภ์ และ สตรีให้นมบุตร  เนื่องจากแม่จะต้องถ่ายทอดแคลเซียมสู่ลูกเพื่อการพัฒนาโครงสร้างร่างกายของ ทารกในครรภ์  หากได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอจะเกิดผลเสียทั้งแม่และลูก เช่น แม่จะมีอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณต่างๆ โดยเฉพาะน่อง ซึ่งเกิดขึ้นทั้งที่ไม่ได้ออกกำลังกายหรือเดินมากไป จากการศึกษาพบว่าสตรีมีครรภ์เป็นตะคริว ถึงร้อยละ 26.8 มักเริ่มมีอาการตั้งแต่

อายุครรภ์ได้ 25 สัปดาห์

-  ผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ เพราะสารนิโคตินและแอลกอฮอล์รวมถึงคาเฟอีน จะกระตุ้นให้เกิดการหลั่ง Adrenaline ซึ่งทำให้เกิดการย่อยสลายกระดูกมากขึ้น

-  ผู้ที่ผอมบางกระดูกเล็ก  มักจะมีการสะสมแคลเซียมไว้ในกระดูกในปริมาณน้อย

-  ผู้ที่ทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่  หรือนักมังสวิรัติ   ทำให้โอกาสได้รับแคลเซียมที่เพียงพอต่อวันมีน้อย

-  ผู้ที่แพ้นม  เพราะนมเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยแคลเซียม

-  ผู้ที่มีปัญหาต่อมไร้ท่อ  ทำให้มีการดึงแคลเซียมออกจากกระดูกมากกว่า

ปกติ

-  ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน


ส่วนประกอบ Centuria Calcium Total สำคัญใน 1 เม็ด (1840 mg) ประกอบด้วย

แคลเซียม คาร์บอเนต                          1351.3    mg.  

แมกนีเซียม ออกไซด์                             227.2    mg.

วิตามิน เอ อะซิเตต (500IU/mg)                2.2    mg.

วิตามิน ซี                                                  54.2    mg.

วิตามิน ดี3                                                  2.0     mg.

ขนาดรับประทาน :  ครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหาร วันละ 1-2 ครั้ง


ปกติราคา 0บาท
ราคาพิเศษ 0 บาท
----- สินค้าหมด -----